วิธีการเพาะพันธุ์ปลาหมอสี - การเตรียม เพาะพันธ์ปลาหมอสีวิธีการเพาะพันธุ์ปลาหมอสี - การเตรียม เพาะพันธ์ปลาหมอสี จัดเตรียมหา ปลาหมอสี ตัวเมีย และ ปลาหมอสี ตัวผู้ ที่ สวยเด่น ตามที่เราต้องการ ประมาณในรูป อัตราความคล้ายที่จะได้ ลูกปลาหมอสี จากการเพาะ ออกมา ได้ อัตราส่วน คล้ายตัวเมีย 75% โดยประมาณ นอกจากนั้น เป็นของ ปลาหมอสี ตัวผู้ จัดอุปกรณ์ต่างๆ ที่เตรียมไว้ รวมทั้ง ใส่ตะข่าย ที่กั้นแบ่งครึ่งตู้ เติมน้ำ ใส่เกลือ 1 กำมือ แล้วก็ใส่ ยามาลาไคท์ เพื่อป้องกันโรค ในตู้ควรมี หัวฟู่ 1 อัน (ใช้ก้อนกลม) + ระบบ กรองฟองน้ำเพื่อดักฝุ่นละออง ขี้ปลาต่างๆ ให้วางกระถางสำหรับปลาวางไข่ ไว้ตรงมุมตู้ นอกจากนี้ ให้นำกระดาษมา ปิดด้านนอก ของกระจก ในบริเวณ ดังกล่าว เพื่อกันปลาตกใจ ฮีทเตอร์ นั้นจริงๆ แล้วไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่เพื่อเป็นการป้องกัน ลูกปลา ล้มตาย เพราะอุณหภูมิเปลี่ยน โดยส่วนตัวนั้นผมจะตั้งไว้ที่ 28 องศาครับ เมื่อถึงขั้นตอน จับปลาใส่ตู้ ให้ตัวเมียอยู่ด้านที่เราวาง กระถาง นอกจากนี้ ควรสังเกต ว่าตัวเมียขุดรังตรงไหนด้วย หากขุดที่อื่นนอกกระถาง ก็ให้ย้ายกระถางไปตรงบริเวณนั้น ในช่วงนี้ตัวผู้จะคึกมาก จะว่ายไปทั่วแล้วก็จะมีอาการส่ายหัวไปมา จะลองยกที่กั้นออกตั้งแต่วันแรกเลยก็ได้ แต่ต้องนั่งดูไปเรื่อยๆ ถ้าทั้งสองตัวช่วยกันใช้ปากขุดรัง แล้วก็ยังไม่กัดกัน นั้นก็แสดงว่าเข้าคู่กันแล้วครับ ปล่อยไว้ได้เลย ในระหว่างเพาะพันธุ์ การให้อาหารนั้นควรให้แต่น้อย พยายามอย่าให้เหลือในช่วงนี้ อย่าให้น้ำขุ่น ไม่ควรให้กุ้งฝอย เป็นๆ เพราะบางครั้ง กุ้งนั้นรอด และอาจจะไปทำอันตรายไข่ได้ครับ ควรให้อาหารเม็ดหรืออย่างอื่นจะดีกว่า นอกจากนี้ ผมชอบให้ หนอนแดง มีพี่เขาบอกมาว่า เป็นการบำรุงเชื้อตัวผู้ครับ ทำให้ฉีดเชื้อดี เมื่อปลาไข่ ระหว่าง การเพาะพันธุ์ ถ้าหากปลายังไม่ไข่ สามารถเปลี่ยนน้ำได้ครับ ![]() วิธีดู และ สังเกต ไข่ปลาหมอสี ว่าติดไม่ติด เมื่อ ปลาหมอสี วางไข่ แล้ว ควรปล่อยให้ ปลาหมอสี ทั้งคู่ อยู่ด้วยกัน สัก 24 ชม. ก่อน แล้วค่อยแยกตัวผู้ออก เวลาแยก ต้องทำอย่างค่อย อย่ากวนน้ำ อย่าให้ปลาตื่น โดยปกติแล้วตัวเมีย จะดูแลไข่ แต่บางตัวก็กินไข่ จะแยกหรือไม่แยกก็แล้วแต่ครับ โดยปกติ แล้ว ไข่ปลาจะฟักเป็นตัวภายใน 3 วัน ในวันที่ ไข่ปลาหมอสี เริ่มเป็นจุดดำ หรือเป็นเม็ดสาคู ส่วนมากนิยม แยกปลาตัวเมียออก แล้ว ใช้หัวฟู่มาวางใกล้ๆ แทน เมื่อ ลูกปลาหมอสีฟักออก จากไข่นั้น ยังไม่สามารถว่ายน้ำได้ ก็จะนอนดิ้นอยู่ในกระถาง หรือ พื้นตู้ บางครั้งจะมีไข่ที่ฝ่อ ถ้ามากก็ให้ยกกระถางออก แล้วก็ใช้มือพัดน้ำ ค่อยๆ นะ ให้ลูกปลาที่อยู่ในกระถางหลุดออกไป แต่ถ้ามีน้อยจะปล่อยไว้ก็ได้ครับ และเมื่อได้ 3-4 วัน ลูกปลาจะเริ่มบิน (ว่ายน้ำ) ยังไม่ต้องให้อาหารครับ ลูกปลาในระยะนี้ จะมีถุงไข่อยู่จะให้ก็เมื่อถุงไข่หมดไปแล้ว คือ ประมาณหลังจากปลาว่ายน้ำได้ 3 วันโดยประมาณ อาหารลูกปลาสาหร่าย Spirulina ชนิดผง หาซื้อได้ที่สวน จตุจักร หรือ ร้านปลาสวยงาม ทั่วไป มีเป็นกระปุก ราคาไม่เกิน 50 บาท และมี ที่ขายเป็นขีด ขีดละ 120 บาท ใส่ให้ลูกปลากินแต่ต้องระวังอย่าให้มากเกิน ให้แต่น้อย อาหารสำหรับ ลูกปลาหมอสี พึ่งเกิด จะเป็นผงๆ ครับ ห่อเล็กๆ ไม่เกิน 30 บาท เต้าหู้ไข่ไก่ หั่น บางๆ ใส่ให้ ลูกปลาหมอสี กิน (ผมนิยมอันนี้มาก เพราะจากที่สังเกต มาลูกปลาชอบกิน) ไข่ไก่ต้ม ใช้แต่ไข่แดง ไรแดง ควรกรองก่อนให้นะครับโดยการใช้กระชอนตาถี่ ร่อนให้แต่ตัวเล็ก หลุดลงตู้ ให้อย่างนี้สัก 3-4 วันก็ให้ตามปกติได้เลย ( อันนี้ก็ดีมากครับ ลูกปลาจะโตไว ถ้าหากไม่ขาดให้เป็นอย่างเดียว จะดีมากหากมีเวลาไปซื้อ ) เมื่อลูกปลาได้อายุประมาณ 10 วัน หรือ เริ่มตัวโตมีปากที่ใหญ่ขึ้น ก็ให้กินไส้เดือนได้ โดยใส่ไส้เดือนไว้ในกรวยแปะไว้ข้างตู้ ใส่ไว้ให้เต็มกรวย ไส้เดือนนั้นสามารถให้ได้ถึงโต และพวกลูกปลาจะชอบกินมาก ในช่วงนี้พยายามอย่าให้ลูกปลาขาดอาหาร เพราะปลาในช่วงนี้ถ้าอาหารถึงลูกปลาจะโตไวมากครับ เรื่องของน้ำในช่วงนี้ ผมลืมบอกไปว่า เมื่อนำตัวเมียออกแล้วให้ลดน้ำสัก 30% น้ำ ในช่วงนี้ก็จะได้กรองฟองน้ำ คอยกรองน้ำอยู่ และเมื่อลูกปลาเริ่มโตขึ้น ก็ให้ค่อยๆ เพิ่มระดับ น้ำ ให้สูงขึ้น ตามความเหมาะสม ในช่วงนี้ไม่ควรเปลี่ยนน้ำ ถ้าหากน้ำเริ่มขุ่นๆ ให้หยิบกรองฟองน้ำขึ้นมาทำความสะอาด แล้วก็ใส่กลับลงไป เมื่อลูกปลาได้ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร ก็สามารถเริ่ม เปลี่ยนถ่ายน้ำได้ครับ แต่ไม่ควรเปลี่ยนทีเดียว หมดตู้ ลูกปลาจะน็อคน้ำให้เปลี่ยนทีละ 30% หรือ ครึ่งตู้ แล้วก็ใส่มาลาไคท์ สัก 3-4 หยด ตู้ทำปลานั้นไม่ควรที่จะมีทรายหิน อยู่ในตู้เพราะช่วงที่ปลาออกจากไข่นั้น ลูกปลาจะมุดพื้นครับ ถ้ามีหินกรวดอยู่ในตู้อาจทำให้ลูกปลาตาย และถ้าลูกปลาโตขึ้น หากมีจำนวนมากแน่นเกินไป ก็ควรที่จะ หาตู้ใส่ลูกปลาเพิ่มนะครับ เนื่องจากหากมีจำนวนมาก จะทำให้การแย่งอาหารกันและการโตจะไม่เท่ากัน กับปัญหาเรื่องน้ำขุ่นมาก ก็ประมาณนี้ครับ เป็นวิธีที่ผมคิดว่าคงจะไม่ยากนะ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สูตรตายตัว สามารถนำไปปรับ แต่ตามความเหมาะสมได้ครับ และก็ขออภัย เพื่อนๆ พี่ๆ มา ณ ที่นี้ด้วยหากผมผิดพลาดประการใดนะครับ |
วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
หลักทั่วไปใน การเลี้ยง ปลาหมอสี
1. น้ำต้องสะอาดไม่ควรมีเชื้อโรค ห้ามใช้น้ำประปาที่เปิดจากก๊อกน้ำโดยตรง เฉพาะคลอรีนและปูนที่อยู่ในน้ำจะฆ่าปลาได้ในเวลาอันรวดเร็ว ควรพักน้ำประปา ไว้สัก 2-3 วันจึงนำมาใช้
2. ใช้เครื่องกรองน้ำ ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านทั่วไปเลือกให้เหมาะกับขนาดของตู้
3. ขนาดของตู้เลี้ยงควรจะใหญ่สักหน่อย ถ้าเลี้ยงพวกหมอสีพันธุ์เล็ก ความยาวของตู้ไม่ควรต่ำกว่า 24 นิ้ว ถ้าเป็นพันธุ์ใหญ่ก็ไม่ควรต่ำกว่า 36 นิ้ว ควรมีสัก 2 ตู้ เพื่อเป็นตู้พักปลา 1 ตู้ ตู้เลี้ยง 1 ตู้
4. อาหารปลาหมอสีกินอาหารสำเร็จรูปได้ดี ซึ่งเราหาซื้อได้ทั่วไป แต่ถ้าที่บ้านใกล้แหล่งเพาะยุงหรือใกล้บริเวณที่มี ลูกน้ำลูกไรมาก และหาได้สะดวกก็ให้ลูกน้ำ ลูกไร เป็นอาหารจะดีมากทั้งประหยัดเงินและมีอาหารที่มีคุณค่าดี
5. ก้อนหิน ก้อนกรวด พันธุ์ไม้น้ำที่เราคิดว่าจะจัดลงไปในตู้นั้นควรจะทำความสะอาดให้ดี ก้อนหินก็ควรจะแช่น้ำลดความเป็นด่างลงพันธุ์ไม้ น้ำก็ควรจะพักไว้ในถัง หรือ ตู้อื่นๆ รอจนมันฟื้นตัวได้แล้วค่อยนำมาจัดในตู้6. ตู้ปลาควรจะตั้งอยู่ใกล้กับที่พักน้ำ เพื่อเปลี่ยนน้ำในตู้ปลาได้สะดวก ปัญหานี้ดูเหมือนเล็กแต่ก็มีหลายๆรายที่เลิกเลี้ยงปลา เพราะต้องเปลี่ยนน้ำในตู้ปลาบางรายถึงขั้นทะเลาะกันเพราะเกี่ยงกันเปลี่ยน น้ำตู้ปลา บางรายถูกคำสั่งห้ามเลี้ยงหลังจากการเปลี่ยนน้ำตู้ปลาผ่านไปไม่ถึงครึ่ง ชั่วโมง เพราะขณะเปลี่ยนน้ำตู้ปลาบริเวณระหว่างที่พักน้ำกับตู้ปลาจะกลายเป็นเขต อันตรายสูงสุดต่อชีวิตของคนแก่และเด็ก รวมทั้งสตรีมีครรภ์ไปในทันที การลื่นหกล้มในบริเวณนี้จะเกิดขึ้นบ่อยมาก
7. เวลา ถ้าคุณต้องออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้าครึ่งและกลับถึงบ้านประมาณไม่ถึงสี่ทุ่มดี ในวันปกติ วันเสาร์ต้องตื่นสิบโมงเช้าเพื่อนอนชดเชยพอตื่นก็ต้องทำงานบ้านจิปาถะที่ ค้างตั้งแต่จันทร์-ศุกร์ แล้วก็ขอแนะนำว่าไปปลูกต้นไม้ดีกว่าเพราะปลาที่คุณเลี้ยงไว้นั้นมันพากันตาย หมดแล้ว ก่อนเลี้ยงปลาต้องถามตัวเองก่อนว่ามีเวลาไหม และคนรอบข้างจะยินดีไหมที่คุณจะเลี้ยงปลา เพราะคนรอบข้างนั้นก็คือคนงานของคุณขณะเปลี่ยนน้ำตู้ปลา ถ้าเกิด คนงานสไตรท์ขณะเปลี่ยนน้ำไปได้ครึ่งเดียว ภาระทั้งหมดก็จะอยู่ที่คุณคนเดียวจริงๆ
ความรู้เกี่ยวกับปลาหมอสี
ปลาหมอสี เป็นปลาที่กำลังเป็นที่นิยมของนักเลี้ยงปลาบ้านเรา แรกทีเดียวก่อนที่จะเข้ามาสู่ตลาดเอเชียนั้น ได้รับความสนใจและนิยมเลี้ยงกันในแถบอเมริกา ยุโรปกันก่อนแล้ว เพราะเป็นปลาตู้ที่เลี้ยงง่าย มีสีสันโดดเด่น สวยงาม และแปลกตาของนักเลี้ยงปลาสวยงาม
แหล่งกำเนิด ปลาหมอสี
ปลาหมอสี มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ตามลุ่มน้ำหรือทะเลสาบในต่างประเทศ มีนิสัยค่อนข้างรักถิ่นฐาน หากมีปลาอื่นบุกรุกเข้ามาในเขตของมัน มันก็จะขับไล่ผู้บุกรุกออกไปอาหาร ปลาหมอสี
ปลาหมอสีสามารถปรับตัวได้ดีกินอาหารได้ทุกประเภท แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมไขมันจากเนื้อสัตว์ เพราะไขมันจะไปทำลายตับของปลาเหล่านี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปลาที่เลี้ยงตาย ฉะนั้นอาหารที่ใช้เลี้ยงปลาหมอสี ควรมีส่วนผสมที่ใกล้เคียงกับอาหารธรรมชาติมากที่สุด ปลาหมอสีกินพืช ควรเลี้ยงอาหารปลากินพืช พวกปลากินสัตว์ เช่น กุ้ง ไรน้ำเค็ม หรืออาหารสำเร็จรูปที่ใช้เลี้ยง กับอาหารสำเร็จรูปที่ใช้โดยทั่วไปควรมีส่วน ประกอบของกากถั่ว กุ้ง สาหร่ายเกลียวทอง ปริมาณอาหารไม่ควรให้เกินความต้องการของปลา จะทำให้ปลาอ้วนและอ่อนแอ ในกรณีเลี้ยงเพื่อการเพาะพันธุ์ ถ้าให้อาหารมากเกินไปจะทำให้ปลาไม่มีไข่และน้ำเชื้อ
ธรรมชาติของปลาหมอสี เป็นปลาที่อดทน สามารถอดอาหารนับสิบวัน หากท่านไม่อยู่บ้าน 5 – 10 วัน ปลาก็สามารถอยู่ได้อย่างปกติ แม้ว่าในแหล่งน้ำธรรมชาติมีอาหารจำกัด โดยเฉพาะแม่ปลาที่ฟักไข่ด้วยปาก ต้องอมไข่จนไข่ฟักเป็นตัว และอมต่อไปจนกระทั่งลูกปลาสามารถว่ายน้ำออกจากปาก เพื่อหากินอาหารต่อไป ซึ่งใช้เวลาอีก 15-20 วัน ในระยะนี้แม่ปลาจะไม่กินอาหารใดๆ ทั้งสิ้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

เพื่อป้องกันโรค ในตู้ควรมี หัวฟู่ 1 อัน (ใช้ก้อนกลม) + ระบบ กรองฟองน้ำเพื่อดักฝุ่นละออง ขี้ปลาต่างๆ ให้วางกระถางสำหรับปลาวางไข่ ไว้ตรงมุมตู้ นอกจากนี้ ให้นำกระดาษมา ปิดด้านนอก ของกระจก ในบริเวณ ดังกล่าว เพื่อกันปลาตกใจ ฮีทเตอร์ นั้นจริงๆ แล้วไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่เพื่อเป็นการป้องกัน ลูกปลา ล้มตาย เพราะอุณหภูมิเปลี่ยน โดยส่วนตัวนั้นผมจะตั้งไว้ที่ 28 องศาครับ เมื่อถึงขั้นตอน จับปลาใส่ตู้ ให้ตัวเมียอยู่ด้านที่เราวาง กระถาง นอกจากนี้ ควรสังเกต ว่าตัวเมียขุดรังตรงไหนด้วย หากขุดที่อื่นนอกกระถาง ก็ให้ย้ายกระถางไปตรงบริเวณนั้น ในช่วงนี้ตัวผู้จะคึกมาก จะว่ายไปทั่วแล้วก็จะมีอาการส่ายหัวไปมา จะลองยกที่กั้นออกตั้งแต่วันแรกเลยก็ได้ แต่ต้องนั่งดูไปเรื่อยๆ ถ้าทั้งสองตัวช่วยกันใช้ปากขุดรัง แล้วก็ยังไม่กัดกัน นั้นก็แสดงว่าเข้าคู่กันแล้วครับ ปล่อยไว้ได้เลย ในระหว่างเพาะพันธุ์ การให้อาหารนั้นควรให้แต่น้อย พยายามอย่าให้เหลือในช่วงนี้ อย่าให้น้ำขุ่น ไม่ควรให้กุ้งฝอย เป็นๆ เพราะบางครั้ง กุ้งนั้นรอด และอาจจะไปทำอันตรายไข่ได้ครับ ควรให้อาหารเม็ดหรืออย่างอื่นจะดีกว่า นอกจากนี้ ผมชอบให้ หนอนแดง มีพี่เขาบอกมาว่า เป็นการบำรุงเชื้อตัวผู้ครับ ทำให้ฉีดเชื้อดี เมื่อปลาไข่ ระหว่าง การเพาะพันธุ์ ถ้าหากปลายังไม่ไข่ สามารถเปลี่ยนน้ำได้ครับ 